บทที่ 6 เช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
เช้าวันต่อมา
“ณิช พี่โทรไปทำไมไม่รับ”
น้ำเสียงห่วงใยที่แฝงไปด้วยความสั่นคล้ายคนพยายามปกปิดความผิดดังมาทันทีที่พบหน้า ณรชญาจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายได้เพียงแค่ครู่เดียวก็ต้องเป็นฝ่ายหลบตา
แม้ว่านอกจากเธอจะไม่กล้าสู้หน้าเขาแล้ว เขาเองก็หลบตาเธอเช่นกัน...
ณรชญาก้มหน้าไม่ยอมตอบใด ๆ เรื่องเมื่อคืนยังคงวนเวียนกวนใจเธอให้เผลอนึกถึงคนที่เปลี่ยนฝันร้ายของเธอเป็น...ฝันที่ดี แต่สิ่งที่กวนใจมากกว่านั้น ก็คือตอนที่เธอหนีออกจากห้องของผู้ชายคนนั้นเมื่อเช้านี้...
เธอเจอคนตรงหน้ากับเพื่อนสนิทอีกคนของเธอ...ออกมาจากห้องด้วยกัน
เขาอาจจะเมามากจนพลาดพลั้ง หรือเธออาจเป็นคนที่เข้าใจผิดไปเอง แต่ไม่ว่าจะยังไง ดูเหมือน...เส้นทางของเรามันไปต่อไม่ได้แล้ว
คงได้เวลาที่เธอจะจบความรู้สึกผิดในใจของตัวเองเสียที
“พี่วีคะ” เสียงแหบจนแทบจะไม่ได้ยินส่งเสียงขึ้นในเวลาต่อมาก่อนที่หญิงสาวจะเงยหน้ามองคนที่คบหากันมาหลายปีและพูดในสิ่งที่ตัดสินใจไว้แล้ว “ณิชว่าเราเลิกกันเถอะค่ะ”
“ทำไมอะ หรือว่า...ณิช พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่เมา มิ้นเขามาอยู่บนเตียงได้ยังไงพี่ไม่รู้” วีรพลเหมือนคนร้อนตัว เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาเมามาก...มากจนทำเรื่องไม่สมควรลงไป มันทำให้เขาร้อนตัวเมื่อมาเผชิญหน้ากับแฟนสาว
เธอรู้เรื่องแล้วอย่างนั้นหรือ?
เพราะเขาร้อนตัว ณรชญาจึงได้ข้อสรุปในเรื่องของแฟนหนุ่ม แต่ต่อให้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอก็ตัดสินใจไปแล้ว “ณิชไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเรื่องของพี่วีกับมิ้นเป็นยังไง แต่เหตุผลที่เราเลิกกัน ณิชเป็นคนผิด ไม่ใช่พี่วี ณิช...มีคนอื่น”
“ณิช...”
“เราอย่าติดต่อกันอีกเลยนะคะ...มิ้นน่ารักนะคะ แล้วก็ใจดีด้วย ถ้าพี่วีรักกับมิ้น จะต้องมีความสุขแน่ ๆ” หญิงสาวพูดแล้วก็หันหลังให้ สิ่งที่มันเกิดขึ้น เธอถือว่ามันผ่านพ้นไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อาจจะทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและคบหากับเขาต่อไปได้ ต่อให้อีกฝ่ายจะไม่ได้มีเรื่องผิดพลาดเช่นกันก็ตาม
วีรพลนิ่งไปชั่วอึดใจ ยอมรับว่าตกใจกับสิ่งที่แฟนสาวพูด แต่สิ่งที่หญิงสาวพูดมา มันแปลกเกินกว่าเขาจะเชื่อ มือหนาคว้าแขนของณรชญาเอาไว้ในทันทีพร้อมกับจ้องมองไม่ยอมละสายตา
“ณิช หยุดพูดไร้สาระแล้วบอกพี่มา เกิดอะไรขึ้น พี่ไม่เชื่อหรอก ว่าณิชมีคนอื่นจริง”
“ณิช...” สายตาคาดคั้นที่ส่งมาทำให้หญิงสาวไม่กล้าโกหก วีรพลเปรียบได้กับเซฟโซนของเธอมาหลายปี มีเรื่องอะไรบ้างที่เธอปกปิดเขาได้ หญิงสาวหลุดสะอื้นในทันทีแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรจนกระทั่งชายหนุ่มโทรศัพท์เรียกมธุราหรือมิ้นเพื่อนสนิทที่คบหากับเธอมานานที่สุดมา ณรชญาจึงยอมปริปากบอกเล่าให้คนที่เธอไว้ใจทั้งสองคนฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
“ยัยนี่มันอสรพิษจริง ๆ ไปกับฉันณิช ฉันจะพาแกไปแจ้งตำรวจ ต้องเพิ่มคดีให้มันอีกสักคดี” ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดมธุราก็โมโหจนตัวสั่น ทั้งโกรธผณิตาที่กล้าทำร้ายณรชญา ทั้งโกรธตัวเองที่เมาหนักจนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องร้ายกับเพื่อน
ตอนนี้ที่ทำได้ไม่ใช่การแจ้งความจับ แต่เป็นการไปแจ้งความเพิ่มโทษเท่านั้นเพราะผณิตาถูกควบคุมตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทว่าณรชญา กลับส่ายหน้า ไม่ต้องการจะซ้ำเติมอดีตเพื่อนแต่อย่างใด “อย่าเลยแก โทษตอนนี้ก็น่าจะหนักพอแล้ว อย่าไปผูกเวรผูกกรรมกันอีกเลย”
“ไม่แจ้งเรื่องยัยงูพิษนั่นก็ได้ แต่แกก็ต้องไปกับฉัน ไปแจ้งความจับไอ้เสี่ยหื่นนั่น”
“มันไม่ได้ทำอะไรฉัน หลักฐานก็ไม่มี จะไปเอาเรื่องอะไรได้ อีกอย่างแกก็รู้ ถ้าแจ้งความ คนนั้น...เขาจะรู้” ณรชญารีบแย้งแล้วก้มหน้ากัดปากอย่างต้องการเก็บความรู้สึก เธอไม่ได้ใจดีไม่คิดเอาผิดเสี่ยหื่นกามคนนั้น แต่หลักฐานไม่เพียงพอ และอีกอย่าง...เธอก็แค่ส่วนเกินที่พูดว่าจะยืนด้วยลำแข้งตัวเองให้ได้
ถ้าคนคนนั้นรู้เรื่องของเธอเข้า...คงจะหาว่าเธอทำให้อับอายและรีบมาพาเธอกลับไปเพราะกลัวตัวเองขายหน้ามากกว่าเดิมแน่ ๆ
กลับไปอยู่ท่ามกลางครอบครัวที่ไม่ใช่ของเธออีกแล้วเหรอ?
ไม่มีทางซะหรอก
มธุราถอนใจหนัก ๆ เธอรู้เรื่องราวของเพื่อนสาวมากที่สุดและเข้าใจความคิดของณรชญามากที่สุดเช่นกัน ณรชญาเป็นลูกสาวนายทหารได้รับความรักและการเลี้ยงดูอย่างดีจากพ่อและแม่มาโดยตลอดแต่แล้วผู้เป็นพ่อก็มีใครอีกคนเข้ามาแทรกกลาง ครอบครัวร้อนเป็นไฟได้ไม่นาน แม่ของณรชญาก็ป่วยและจากไป ใครอีกคนของพ่อก็กลายเป็นแม่เลี้ยง
ณรชญาก็เหมือนกับเด็กหลาย ๆ คน เธอไม่ยอมรับแม่เลี้ยง และต่อต้านมาโดยตลอด ฝั่งนั้นก็คอยเป่าหูผู้เป็นพ่อที่ทำงานแทบไม่มีเวลาอยู่ตลอดว่าเธอกลายเป็นเด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว
ความสัมพันธ์พ่อลูกเริ่มระหองระแหง ยิ่งในวันที่ภรรยาคนใหม่ให้กำเนิดลูกชายให้กับผู้เป็นพ่อถึงสองคน ครอบครัวของพ่อ...ไม่ใช่ครอบครัวของเธออีกต่อไปแล้ว
ความสนใจของผู้เป็นพ่อไปอยู่ที่สมาชิกใหม่ตัวน้อย ไม่ใช่เธออีกต่อไป พฤติกรรมก้าวร้าวที่เคยถูกใส่ความจึงถูกนำมาเป็นการกระทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ไม่ว่าจะเป็นทำตัวไม่ดี หนีเที่ยวสถานที่อโคจร มีเรื่องที่โรงเรียนแทบทุกวัน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เธอได้รับความสนใจ กลับกัน ยังทำให้ผู้เป็นพ่อโมโหจนจะส่งเธอไปอยู่ต่างประเทศ...นั่นก็เท่ากับการไล่เธอออกไปจากสายตา
